น้ำมันหอมระเหย·อโรมา

วิธีเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหย: อ่านฉลากให้เป็น

ร้านค้าออนไลน์มีน้ำมันหอมระเหยให้เลือกมากมาย ขวดก็คล้าย ๆ กัน บทความนี้เขียนให้คนที่จะซื้อมาใช้เองและเจ้าของร้านที่ซื้อเข้าร้าน ว่าฉลากควรบอกอะไรบ้าง และควรถามผู้ขายเรื่องไหนก่อนตัดสินใจ

1. ชื่อสามัญและชื่อวิทยาศาสตร์

ชื่อเรียกอย่าง "ลาเวนเดอร์" หรือ "ยูคาลิปตัส" อาจหมายถึงพืชได้หลายชนิด ซึ่งกลิ่นและคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ฉลากที่ให้ข้อมูลดีมักระบุชื่อวิทยาศาสตร์ (ชื่อละติน) ไว้ด้วย เช่น เขียนชื่อสกุลและชนิดของพืชเป็นตัวเอียง

  • มีชื่อวิทยาศาสตร์ ทำให้รู้ว่าเป็นพืชชนิดไหนแน่
  • ถ้าไม่มี ลองถามผู้ขาย ผู้ขายที่รู้จักสินค้าของตัวเองควรตอบได้

2. ส่วนของพืชและวิธีสกัด

พืชชนิดเดียวกันแต่ใช้ส่วนต่างกันก็ได้น้ำมันที่ต่างกัน เช่น ส้มบางชนิดมีน้ำมันจากเปลือกผล และน้ำมันจากใบหรือดอกแยกกัน ฉลากที่ดีจะบอกว่าใช้ส่วนไหนของพืช (ดอก ใบ เปลือกผล ราก เมล็ด เนื้อไม้) และบางครั้งบอกวิธีสกัด เช่น กลั่นด้วยไอน้ำ หรือบีบเย็น

3. แหล่งที่มาและขนาด

  • ประเทศหรือแหล่งปลูก ช่วยให้เทียบสินค้าระหว่างผู้ขายได้ง่ายขึ้น
  • ขนาดบรรจุ ดูหน่วยให้ชัด เวลาเทียบราคา ให้เทียบที่ขนาดเดียวกัน ไม่ใช่เทียบแค่ราคาต่อขวด
  • ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ฉลากที่บอกว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบสินค้า ทำให้ติดต่อสอบถามได้

4. รายการส่วนผสม: เข้มข้นหรือผสมแล้ว

ข้อนี้สำคัญที่สุดสำหรับความปลอดภัย ดูว่าขวดนั้นเป็นน้ำมันหอมระเหยชนิดเดียว หรือผสมกับอย่างอื่นแล้ว

  • น้ำมันหอมระเหยชนิดเดียว มักมีส่วนผสมเพียงชื่อพืชชนิดเดียว ต้องเจือจางก่อนใช้กับผิว
  • ผสมกับน้ำมันตัวพาแล้ว เช่น เขียนว่าผสมน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันโจโจบา อาจใช้ทาได้ตามวิธีบนฉลาก
  • น้ำมันหอมหรือ fragrance oil เป็นกลิ่นสังเคราะห์ เหมาะกับเครื่องพ่นกลิ่นหรือเทียนตามที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ใช่สิ่งเดียวกับน้ำมันหอมระเหย
  • สูตรผสมหลายกลิ่น (blend) ควรระบุว่ามีน้ำมันอะไรบ้าง โดยเฉพาะถ้าแพ้บางชนิด

ถ้าฉลากไม่บอกส่วนผสมเลย หรือบอกแค่ "กลิ่นลาเวนเดอร์" ให้ถามผู้ขายก่อนว่าเป็นอะไรกันแน่

5. เลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุ

น้ำมันหอมระเหยเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา แสง และอากาศ ฉลากที่มีเลขล็อต (batch/lot) และวันผลิตหรือวันหมดอายุ ช่วยให้รู้ว่าสินค้าใหม่แค่ไหน และถ้ามีปัญหาก็ติดตามย้อนกลับได้ ถ้าซื้อจำนวนมากเข้าร้าน ให้ดูว่าจะใช้หมดก่อนวันหมดอายุหรือไม่

6. เลขทะเบียนหรือเลขจดแจ้ง (ถ้ามี)

ผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผสมพร้อมทาผิว อาจต้องมีเลขทะเบียนหรือเลขจดแจ้งตามที่หน่วยงานกำหนด ถ้าฉลากหรือผู้ขายแจ้งเลขไว้ คุณสามารถนำไปตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลของหน่วยงานได้เอง

บนเว็บ ThaiSpa.in.th ข้อความ "ผู้ขายแจ้งเลข อย." หมายถึงข้อมูลที่ผู้ขายให้มาเท่านั้น เว็บไม่ได้ตรวจสอบหรือรับรองสินค้า และไม่ได้ขายสินค้าเอง ซื้อและชำระเงินกับผู้ขายโดยตรง จึงควรตรวจสอบสินค้าและผู้ขายก่อนโอนเงินทุกครั้ง

7. ขวด และคำถามที่ควรถามผู้ขาย

  • ขวดแก้วสีเข้ม (สีชาหรือน้ำเงินเข้ม) ช่วยกันแสง ฝาปิดสนิท และมีจุกหยดหรือฝาที่ไม่รั่ว
  • ระวังคำโฆษณาที่ฟังดูเกินจริง เช่น อ้างผลทางการแพทย์ หรืออ้างว่าใช้ได้กับทุกคนโดยไม่มีข้อควรระวัง ฉลากที่ดีควรมีคำเตือนและข้อควรระวัง
  • ถ้าเขียนว่าเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ ถามผู้ขายว่ามีข้อมูลการรับรองอะไรบ้าง

คำถามง่าย ๆ ที่ถามผู้ขายได้:

  1. ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชคืออะไร ใช้ส่วนไหน
  2. ขวดนี้เข้มข้นหรือผสมแล้ว ผสมกับอะไร
  3. ล็อตนี้ผลิตเมื่อไร หมดอายุเมื่อไร
  4. มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัยหรือข้อมูลสินค้าให้ดูไหม (สำคัญสำหรับร้านที่ซื้อจำนวนมาก)
  5. ถ้าขวดแตกหรือรั่วระหว่างส่ง ทำอย่างไร

สรุป

ก่อนซื้อน้ำมันหอมระเหย อ่านฉลากให้ครบเจ็ดเรื่อง: ชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนของพืช แหล่งที่มาและขนาด ส่วนผสม ล็อตและวันหมดอายุ เลขทะเบียนถ้ามี และขวดที่กันแสง ถ้าข้อมูลไม่ครบ ถามผู้ขายก่อนตัดสินใจ และอย่าลืมว่าน้ำมันเข้มข้นต้องเจือจางตามคำแนะนำบนฉลากหรือของผู้เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ น้ำมันหอมระเหยคืออะไร ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย หรือดู น้ำมันหอมระเหย และ น้ำมันนวด·บาล์ม จากผู้ขาย

ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัว หรือมีอาการผิดปกติ ให้ปรึกษาแพทย์

ดูสินค้าและอุปกรณ์

น้ำมันหอมระเหย น้ำมันนวด ลูกประคบ และอุปกรณ์สปา พร้อมลิงก์ไปช่องทางของผู้ขาย

เขียนโดยทีมงาน ThaiSpa.in.th จากความรู้ทั่วไป พบข้อมูลที่ควรแก้ไข แจ้งเราได้ที่ นโยบายเนื้อหา